แนะนำ หนังแอคชั่น ผจญภัย หนังการ์ตูน หนังเอเชีย หนังตลก อาชญากรรม ดราม่า สยองขวัญ ซีรี่ย์ฝรั่ง ซีรี่ย์เกาหลี หนังเน็ตฟิก ซีรี่ย์เน็ตฟิก วิทยาศาสตร์ หนังภาคต่อ หนังฝรั่ง หนังใหม่ชนโรง หนังไทย

I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย)

I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย)
เรื่องย่อ
คำถามที่พบบ่อย 5 ข้อ
เนื้อเรื่องของหนัง I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย) เป็นอย่างไร?
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องของรูธ (เมลานี ลินสกี) หญิงสาวที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับความหยาบคายและความเห็นแก่ตัวของผู้คนรอบตัว เมื่อบ้านของเธอถูกปล้น เธอจึงตัดสินใจร่วมมือกับโทนี่ (เอไลจาห์ วูด) เพื่อนบ้านจอมป่วน ตามหาขโมยและสิ่งของที่ถูกขโมยไป การตามล่าครั้งนี้พาพวกเขาเข้าไปพัวพันกับกลุ่มอาชญากรที่อันตรายและเปิดโปงความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในสังคม
นักแสดงและตัวละครหลักใน I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย) มีใครบ้าง?
นักแสดงนำคือ เมลานี ลินสกี รับบทเป็นรูธ หญิงสาวที่รู้สึกแปลกแยกจากสังคม และเอไลจาห์ วูด รับบทเป็นโทนี่ เพื่อนบ้านที่ชอบสวมชุดเกราะและมีพฤติกรรมแปลกๆ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสมทบ เช่น เดวิด เยา รับบทเป็นหัวหน้าโจร และเจน ลีวายส์ รับบทเป็นเพื่อนของรูธ
I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย) ฉายปีอะไร?
หนังเรื่องนี้ฉายครั้งแรกในปี 2017 โดยเริ่มจากเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ในเดือนมกราคม 2017 ก่อนจะเข้าฉายทางเน็ตฟลิกซ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017
แนวหนังและกลุ่มเป้าหมายของ I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย) คืออะไร?
หนังเป็นแนวคอมเมดี้-ดาร์กคอเมดี้ ผสมกับระทึกขวัญและอาชญากรรม กลุ่มเป้าหมายคือผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบหนังที่มีอารมณ์ขันแบบเสียดสีสังคม และเนื้อเรื่องที่เน้นความไม่พอใจในสังคมยุคใหม่ รวมถึงแฟนหนังอินดี้ที่ชอบผลงานของเมลานี ลินสกีและเอไลจาห์ วูด
หนังเรื่องใดที่คล้ายกับ I Don’t Feel at Home in This World Anymore (2017) โลกนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน (Soundtrack ซับไทย)?
หนังที่คล้ายกันคือ Blue Ruin (2013) ที่มีธีมการแก้แค้นแบบสมจริงและโทนดาร์ก, The Double (2013) ที่มีอารมณ์แปลกแยกจากสังคม, และ Burn After Reading (2008) ที่มีคอมเมดี้เสียดสีและพลิกผันแบบไม่คาดคิด
ตัวเล่นหลัก

ความคิดเห็น (0)

ให้คะแนน:
0/800
🎬 AI